วันที่ 25 ธันวาคม 1969 ที่กรุงโตเกียว SEIKO เปิดตัว Quartz Astron 35SQ นาฬิกาข้อมือควอตซ์เรือนแรกของโลกที่วางขายจริง ราคาตอนนั้น 450,000 เยน — พอ ๆ กับราคารถยนต์หนึ่งคัน แต่สิ่งที่มันเปลี่ยนไปไม่ใช่แค่ราคา
ความเที่ยงตรงคือหมัดน็อก กลไกจักรกลชั้นดีคลาดเคลื่อนหลายวินาทีต่อวัน แต่ควอตซ์คลาดเคลื่อนเพียงไม่กี่วินาทีต่อเดือน และที่สำคัญกว่านั้นคือมัน ผลิตจำนวนมากได้ ราคาจึงดิ่งลงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ปี จากของหรูกลายเป็นของที่ทุกคนซื้อได้
ผลกระทบกับสวิตเซอร์แลนด์รุนแรงมาก ตลอดยุค 1970–1980 แรงงานในอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสหายไปจากราว 90,000 คน เหลือราว 30,000 คน แบรนด์จำนวนมากปิดตัวหรือถูกควบรวม ช่วงเวลานี้จึงถูกเรียกว่า Quartz Crisis — แต่ถ้าถามฝั่งญี่ปุ่น เขาเรียกมันว่า Quartz Revolution
เพราะฝั่งญี่ปุ่นคือผู้ชนะ SEIKO CITIZEN และ CASIO โตขึ้นอย่างก้าวกระโดด CASIO เข้าสู่ตลาดนาฬิกาด้วย Casiotron ในปี 1974 และอีกเก้าปีต่อมาก็ให้กำเนิด G-SHOCK ในปี 1983 — นาฬิกาที่เกิดจากโจทย์ว่า "ทำนาฬิกาที่ตกแล้วไม่พัง"
ฝั่งสวิสตอบโต้ในปีเดียวกันด้วย Swatch นาฬิกาควอตซ์พลาสติกที่ผลิตง่าย ราคาถูก ขายสนุก และมันได้ผล อุตสาหกรรมสวิสฟื้นกลับมา ส่วนกลไกจักรกลเปลี่ยนสถานะจาก "เทคโนโลยีหลัก" ไปเป็น "งานฝีมือที่คนสะสม" — ซึ่งเป็นสถานะที่มันยังอยู่จนถึงทุกวันนี้
เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ประวัติศาสตร์ ทุกครั้งที่คุณหยิบนาฬิกาควอตซ์ราคาไม่กี่พันขึ้นมาใส่แล้วมันเดินตรงทั้งเดือน นั่นคือมรดกโดยตรงจากเรือนที่ชื่อ Astron









