G-SHOCK เกิดในปี 1983 จากโจทย์ข้อเดียวว่า ทำนาฬิกาที่ตกแล้วไม่พัง และคำตอบของยุคนั้นคือเรซิน เพราะโลหะถึงจะแข็งแต่มันส่งแรงกระแทกตรงเข้าไปหากลไกข้างใน ส่วนเรซินยืดหยุ่นและซับแรงแทน
โจทย์ที่ยากกว่าคือ — แล้วถ้าอยากได้ ทั้งความหรูของโลหะ และความทนของ G-SHOCK ในเรือนเดียวล่ะ? นั่นคือที่มาของตระกูล G-STEEL ที่ใช้วิธีวางวัสดุซ้อนเป็นชั้น โลหะอยู่ด้านนอกเพื่อความสวย ชั้นซับแรงอยู่ด้านในเพื่อรับแรงกระแทกแทนกลไก ทำให้ตัวเรือนบางลงกว่าที่โลหะล้วนจะทำได้
GST-B1000D-1A คือบทที่เรียบที่สุดของแนวคิดนี้ ไม่มีโลโก้ประดับบนกรอบเพื่อให้หน้าปัดสะอาดตา ตัวเรือนตกแต่งผิวสามแบบในเรือนเดียว — แฮร์ไลน์แนวตรง แฮร์ไลน์วงกลม และผิวเงา ทำให้มันเปลี่ยนบุคลิกไปตามมุมแสงที่ตกกระทบ มาพร้อมสายสเตนเลสสตีลและตัวล็อกแบบพับสามทบ
ที่น่าสนใจคือมันไม่ได้ตัดขาดจากรากของตัวเอง ดีไซน์หยิบรายละเอียดจาก DW-5000C ซึ่งเป็น G-SHOCK เรือนแรกมาใส่ไว้ ทั้งรูปทรงกรอบและลวดลายอิฐอันเป็นเอกลักษณ์ — โลหะข้างนอก แต่ยังเป็นลูกหลานของเรือนปี 1983 อยู่ข้างใน
เหมาะกับคนที่อยากได้ G-SHOCK ที่ใส่เข้าห้องประชุมได้โดยไม่ต้องถอด ดูรุ่นอื่นในตระกูลได้ที่ G-SHOCK ทั้งหมด หรืออ่านเรื่องต้นตระกูลที่ เรื่องเล่าจากนาฬิกา









